วันนี้ ผมขับรถพาพระอาจารย์ที่วัด ไปกิจนิมนต์ฉันเพล ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของร้าน เขานิมนต์ไปทุกอาทิตย์มิได้ขาด... เมื่อไปถึงที่ร้าน เจ้าของร้านผู้ใจบุญ เป็นผู้หญิง วัยกลางคน หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส รีบกุลีกุจอมาต้อนรับพระภิกษุสงฆ์ ที่มาฉันภัตตาหารที่ร้าน.... วันนี้ลูกค้าทะยอยเข้ามาเรื่อยๆ แต่เจ้าของร้านก็ได้ทำหน้าที่ดูแลภัตตาหารขบฉันของพระ รวมทั้งของผมด้วยเป็นอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่องเลย..
ภาพของเจ้าของร้าน เดินไปเดินมาเพื่อบริการอาหารลูกค้า และกลับมาดูแลโต๊ะที่พระอาจารย์ฉันภัตตาหารด้วยความกระฉับกระเฉง และด้วยใบหน้าที่มีความสุข... ทำให้ผมนั่งมองดูด้วยใจที่เป็นสุขไปด้วย....พระพุทธศาสนาของเราจะเจริญตั้งมั่นอยู่ได้ ก็ด้วยแรงศรัทธาของ อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน ที่หมั่นทำบุญถวาย ปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตสมณะ ทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค รวมถึงสิ่งจำเป็นต่างๆอันควรแก่สมณะบริโภค...
ความศรัทธาเลื่อมใสจึงเปรียบเหมือนเครื่องต่ออายุขัยของพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไปได้ ใครก็ตามที่ทำลายแรงศรัทธาเหล่านี้ให้หมดลง ก็ได้ชื่อว่าทำลายอายุพระศาสนาให้สั้นลงไปด้วย ...
การโหมกระหน่ำทำลายศรัทธาของชาวพุทธอยู่ในขณะนี้ จึงเป็นตัวบ่งชี้ได้ชัดเจนว่า ผู้ที่กระทำนั้น ต้องการทำลายพระพุทธศาสนาให้หมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทยอย่างแน่นอน ลองนึกภาพดู หากไม่มีญาติโยมผู้มีศรัทธามาทำบุญ...
หากพระภิษุต้องกังวลกับของที่โยมถวาย ว่าหากรับไปแล้วจะผิดกฎหมายกลายเป็นรับของโจรไปหรือเปล่า เมื่อกลัวก็ไม่กล้ารับ ครั้นจะให้ไปตรวจสอบที่มาของปัจจัย ไทยธรรม ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย พระไม่ใช่ตำรวจ ทำหน้าทีกันคนละอย่าง แล้วจะให้ทำอย่างไร
ถ้าเรายังปล่อยให้เหล่าคนพาลย้ำยีพระศาสนาอยู่เช่นนี้ อีกไม่นาน พระพุทธศาสนาในบ้านเมื่องเราก็จะกลายเป็นแค่ตำนาน ไว้เล่าให้คนรุ่นหลังฟังเท่านั้นเอง....
ทุกท่านครับ คนชั่วได้ที เพราะคนดีวางเฉย ถึงเวลาแล้วยังที่เราจะพูดเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า ไอ ไม่กลัว ยู......ไอ ไม่กลัว ยู....ไอ ไม่กลัว ยู...รู้ไว้ด้วย.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น