ผมอ่านแล้วก็มีสองความรู้สึกเกิดขึ้นในใจทันที ประการแรกรู้สึกชื่นชมคณะทนายของวัดปากน้ำด้วยใจจริงครับ ท่านสมกับเป็นทนายในพระพุทธศาสนา ที่ช่วยดูแลรักษาและปกป้อง ท่านเจ้าประคุณสมเด็จวัดปากน้ำ มิให้ถูกรังแก กลุ้มรุม จากผู้ไม่หวังดีตั้งธงใส่ร้ายพระเพื่อจะเอาความผิดมายัดให้ตั้งแต่ต้น การกระทำของทีมทนายในครั้งนี้ ถือว่าถูกต้อง ตามหลักธรรม ตามหน้าที่ของชาวพุทธ และตามหลักกฎหมายของประเทศชาติ ผมประทับใจที่สุด
อีกความรู้สึกหนึ่งก็คือความอนาถใจกับรัฐมนตรีของกระทรวง(อ)ยุติธรรม ที่ออกมาพูดด้วยการโกรธจัด ว่าทางทีมงานทนายตั้งแง่ ทำไม่ถูกต้อง ตัวเองเลยให้ออกหมายเรียกได้เลย ถ้าไม่มาอีกก็ให้ออกหมายจับ อย่างที่ข่าวลงไว้ว่า " ควันออกหู "
ผมอยากจะเรียนถามรัฐมนตรีกระทรวง(อ)ยุติธรรม นี้สักหน่อยว่า ท่านโกรธอะไร ท่านโกรธทำไม ท่านเคยให้เกียรติพระมหาเถระผู้ทำหน้าที่แทนประมุขสงฆ์ทั้งแผ่นดินบ้างหรือไม่ นอกจากหน้าที่รับผิดชอบคณะสงฆ์ทั้งประเทศแล้ว ท่านเจ้าประคุณยังเป็นพระมหาเถระ ที่มีคุณูปการต่อสังคมและพระพุทธศาสนาอย่างมากมาย นับไม่ถ้วน บุคคลเช่นท่านนั้น เกิดมาเพื่อทำประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่เคยเห็นแก่ความสุขสบายส่วนตัว
โดยลำพังแล้ว อย่าว่าแต่ซากรถโบราณที่รับบริจาคมาไว้ให้คนรุ่นหลังดูในพิพิธภัณฑ์เลย บารมีอย่างเจ้าประคุณท่าน หากต้องการรถหรูจริงๆมาใช้ส่วนตัวสักกี่คัน ก็มีลูกศิษย์ลูกหาพร้อมจะหามาให้ทันที โดยไม่ต้องลำบากอะไรเลย ท่านจะคิดมาโกงบ้านโกงเมืองโกงภาษีเพียงแค่ซากรถเก่าๆราคาไม่เท่าไหร่อย่างนั้นหรือ หากมองกันด้วยใจที่เป็นธรรมไม่มีอคติ ก็จะเห็นได้ชัดเจนไม่ยากเย็นอะไรเลย
ท่านรัฐมนตรี ถ้าคิดผิดก็คิดเสียใหม่ คิดใหม่ก็อย่าให้มันผิด ยังพอกลับตัวกลับใจได้ทัน เอาพานธูปเทียนแพ ดอกไม้ ไปกราบขอขมาลาโทษท่านเจ้าประคุณสมเด็จซะ บาปหนักก็จะได้เป็นเบา หากยังดันทุรังที่จะพยายามหาเรื่องบินเบือนรังแกพระให้ได้ เพราะว่ารับงานใครเขามา แล้วยังฝืนทำต่ออย่างไม่ลดราวาศอก อนาคตข้างหน้า มันไม่ใช่แค่ควันออกหูนะครับ แต่ไฟนรกมันจะลุกท่วมทั้งตัว ถึงตอนนั้น...แก้ไม่ทันแล้วครับ.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น